05หลังจากที่รัฐบาลไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เริ
อ่านข่าวต้นฉบับ: อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ พลัส กระตุ้น ‘ต่างชาติ’ เที่ยวหลังกักตัว

05หลังจากที่รัฐบาลไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เริ่มทยอยเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลายภาคส่วนต่างพยายามหาช่องทางดึงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทย พร้อมทั้งกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น

โดยล่าสุด “การบินไทย” ได้ทยอยเปิดให้บริการเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์ จากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ลอนดอน, แฟรงก์เฟิร์ต, โคเปนเฮเกน, ฮ่องกง, โตเกียว, ไทเป, ซิดนีย์ ฯลฯ พร้อมทั้งให้ดีลพิเศษสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศสำหรับหลังการกักตัว

ขณะที่สมาคมโรงแรมก็ได้ให้สิทธิพิเศษนักท่องเที่ยวหลังกักตัว ด้วยการให้ที่พักฟรี 1 คืน เมื่ออยู่ครบ 2 คืน สำหรับพักในกรุงเทพฯ และสำหรับการท่องเที่ยวทางบก และพักฟรี 2 คืน เมื่อพัก 3 คืน สำหรับการท่องเที่ยวทางอากาศ (สำหรับโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ)

รวมถึงสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ที่ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนวันเดย์ทริป หรือฮาฟเดย์ ซิตี้ทัวร์ เป็นต้น

โหมแพ็กเกจหลังกักตัว 14 วัน

“ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร” รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ขณะนี้ ททท.ได้ประสานงานสมาคมโรงแรมไทย (THA), สายการบินไทย (TG)และสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ร่วมออกแพ็กเกจจูงใจนักท่องเที่ยวจากตลาดยุโรป อเมริกา และตลาดอื่น ๆ เข้าสู่ประเทศไทย

พร้อมผลักดันให้นักท่องเที่ยวกระจายสู่พื้นที่ต่าง ๆ ผ่านโครงการ “Amazing Thailand Plus Package” (อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ พลัส) ที่เสนอขายแพ็กเกจหลังกักตัว 14 วัน ในราคาพิเศษ

โดยแบ่งแพ็กเกจออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1.แพ็กเกจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการเดินทางออกต่างจังหวัด ททท.ได้นำเสนอบริการซิตี้ทัวร์ (city tour) ฟรี 1 ทริป พร้อมรับส่วนลดอยู่ 2 คืน ฟรี 1 คืน ในโรงแรมที่ร่วมรายการ

2.แพ็กเกจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางออกสู่จังหวัดระยะใกล้ ททท.สนับสนุนค่ารถโดยสารราคาพิเศษ พร้อมรับส่วนลดอยู่ 2 คืน ฟรี 1 คืน ในโรงแรมที่ร่วมรายการ

และ 3.แพ็กเกจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางออกสู่จังหวัดระยะไกล ททท.จะสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ พร้อมรับส่วนลดอยู่ 3 คืน ฟรี 2 คืน ในโรงแรมที่ร่วมรายการ นอกจากนี้ยังมีสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอื่น ๆให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นสปา ดินเนอร์ แหล่งท่องเท่ียว ฯลฯ

ตั้งเป้าดีเดย์กลางเดือน พ.ย.นี้

โดยแพ็กเกจดังกล่าวจะเปิดขายให้นักท่องเที่ยวจับจองก่อนการออกเดินทางมาประเทศไทย ในขั้นตอนต่อจากที่นักท่องเที่ยวได้รับวีซ่าและใบรับรองการเข้าประเทศ รวมถึงจองตั๋วโดยสารและจองสถานที่กักกันทางเลือกของรัฐ (ASQ) เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการเดินทางได้ล่วงหน้า และรับสิทธิประโยชย์อย่างเต็มที่หลังการกักตัว 14 วันเสร็จสิ้น รวมถึงจูงใจนักท่องเที่ยวให้เดินทางออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อจับจ่ายใช้สอยกระจายรายได้ทั่วประเทศ พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการท่องเที่ยวหลากประเภท อาทิ กลุ่มไกด์ทัวร์ กลุ่มรถเช่า กลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ ฯลฯ

“แพ็กเกจ Amazing Thailand Plus จะเริ่มขายในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยใช้งบประมาณทางด้านการตลาดของ ททท.ซับซิไดซ์ และอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งสายการบิน โรงแรม และทัวร์เอเย่นต์ โดยวางแผนโครงการลากยาวถึงเดือนมีนาคมปีหน้า เพื่อเป็นการแง้มประตูเปิดสู่การเปิดประเทศให้กว้างขึ้นในอีก 2 เดือนที่เหลือของปีนี้”

ปั้นศูนย์ตอบคำถาม STV-COE

นอกจากนั้น ททท.ยังจัดตั้งศูนย์ข้อมูลครบวงจร (one stop service) เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดประเทศอย่างจำกัดตามแนวทางที่ได้รับอนุญาตจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) อาทิ Special Tourist Visa (STV), Thailand Elite Card (PE) ฯลฯ รวมถึงรายละเอียดขั้นตอนและการขอเอกสารเข้าเมืองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือตรวจลงตรา (visa) หรือใบรับรองการเดินทางเข้าประเทศ (Certificate of Entry-COE) ฯลฯ

ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ นักธุรกิจ และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยและต่างประเทศที่ต้องการข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย โดยสามารถติดต่อเข้ามาที่สำนักงานใหญ่ของ ททท. หรือสำนักงานสาขาทั้ง 29 แห่งทั่วโลก พร้อมอำนวยความสะดวกและช่วยประสานงานให้การเดินทางเกิดง่ายที่สุด

เจาะ “สแกน” ดึง นทท.ยุโรป

ด้านการประสานงานดึงตลาดยุโรปเข้าสู่ประเทศไทยนั้น “ศิริปกรณ์” ให้ข้อมูลว่า ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวผู้ถือวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) แสดงความประสงค์จะเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยผ่าน Special Tourist Visa (STV) จำนวนกว่า 120 ราย

โดยคาดว่าหลังดำเนินการตามขั้นตอนแล้วเสร็จจะสามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ภายในเดือนพฤศจิกายน ด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ พร้อมทั้งให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าในช่วงครึ่งหลังของเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่แถบสแกนดิเนเวียอย่าง ฟินแลนด์ สวีเดน เดนมาร์ก ฯลฯ ถือเป็นประเทศในกลุ่มที่มีความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่ำ

ประกอบกับหลายประเทศอนุญาตให้พลเมืองสามารถละเว้นการกักตัว เมื่อเดินทางกลับจากประเทศไทยทำให้เหมาะสมและมีศักยภาพจะเป็นตลาดแรกในกลุ่มภูมิภาคยุโรป ททท.จึงมองว่าประเทศไทยควรเริ่มต้นทำการตลาดกับนักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านี้ก่อน

เล็งเจาะสมาชิก “อีลิทการ์ด”

โดยล่าสุดมีนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย และสหราชอาณาจักร แสดงความประสงค์อยากเดินทางเข้ามาเช่นกัน ประเทศละกว่า 100 ราย แต่เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศ ล้วนแล้วแต่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ ททท.จึงเริ่มมองหาแนวทางในการดึงดูดนักท่องเที่ยวผ่านช่องทางอื่น ๆ

เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นสมาชิกบัตร Thailand Elite Card ที่ถือ Privilege Entry Visa (PE) ในภูมิภาคยุโรป ที่มีจำนวนกว่า 4,000 คน ประกอบด้วย สหราชอาณาจักร 829 คน สหรัฐอเมริกา 697 คน ฝรั่งเศส 495 คน เยอรมนี 307 คน รัสเซีย 284 คน สวิตเซอร์แลนด์ 208 คน แคนาดา 182 คน และสวีเดน 113 คน

โดยหากสามารถเชื่อมต่อและกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ จะทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยอีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากกลุ่ม Thailand Elite Card ได้รับการอนุมัติให้เดินทางเข้าประเทศกว่า 200 คนต่อเดือน

หวังเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์หนุน

นอกจากนั้นยังต้องพิจารณาการเปิดช่องทางสื่อสารทำการตลาดในกลุ่มวีซ่าอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น กลุ่ม nonimmigrant O-A visa และ nonimmigrant O-X visa สำหรับผู้เกษียณอายุที่ต้องการมาพำนักระยะกลาง และระยะยาวในประเทศไทย รวมไปถึงกลุ่ม nonimmigrant B visa สำหรับกลุ่มนักธุรกิจต่างชาติด้วย

โดยหวังว่าจำนวนเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์เริ่มกลับมาบินระยะไกลมากขึ้นนั้นจะช่วยแง้มประตูเข้าสู่ประเทศไทยให้กว้างขึ้นเป็นลำดับ หลังคู่แข่งของไทยอย่างฮาวายเริ่มออกสตาร์ตแล้ว และไม่มีกำหนดกักตัว

ไม่เพียงเท่านี้ ในอนาคต ททท.ยังคาดหวังว่าจะสามารถขยับวันพักค้างคืนของนักท่องเที่ยวให้ยาวนานมากขึ้น และให้ความสำคัญกับจำนวนคนน้อยลง โดยที่ผ่านมากลุ่มสแกนดิเนเวีย อเมริกา และตะวันออกกลาง มีจำนวนวันพักค้างที่โดดเด่นมาตลอด

และมองว่า เทรนด์ hospitel หรือโรงแรมผสมโรงพยาบาล จะได้รับความนิยมมากขึ้น เช่นเดียวกับ animal care tourism ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากขึ้นเป็นลำดับ

โดยเชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถอาศัยโอกาสจากความเชื่อมั่นด้านความสะอาดและสาธารณสุขที่ดี รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่ฟื้นคืนมาอย่างรวดเร็วจะดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ดียิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

อ่านข่าวต้นฉบับ: อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ พลัส กระตุ้น ‘ต่างชาติ’ เที่ยวหลังกักตัว

Recommend more :

การบินไทยอุ้มต่อ “ไทยสมายล์” เพิ่มไฟลต์บิน-ขยายฮับดอนเมือง
“บี๋-ปิยะมาน” ฟันธง ! ระยะยาวอุตฯท่องเที่ยวไทย (ยัง) ดี
ททท. คาดหยุดยาว 19-22 พ.ย.นี้ คนไทยออกเที่ยว 3 ล้านคน-ครั้งเงินสะพัด 1.26 หมื่นล้าน
Airbnb หนุนท่องเที่ยวไทย ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน
กำลังซื้อคนไทยติดหล่ม ท่องเที่ยวปลุกไม่ขึ้น-ดันเปิดรับต่างชาติ
“หนุ่มสาวทัวร์” เร่งรีสตาร์ตธุรกิจ-รุกหนักแพ็กเกจทัวร์ในประเทศ
โรงแรมจี้รัฐพยุงสภาพคล่อง วอนเร่ง “เปิดประเทศ” ก่อนธุรกิจล้มตาย
“อพท.” ประกาศสรรหา ผอ.คนใหม่ ปิดรับสมัครโค้งสุดท้าย 13 พ.ย.นี้
“ครัวการบินไทย” ขยายเวลา ภัตตาคาร Royal Orchid Dining Experience ตลอด 7 วัน
“พิพัฒน์” จ่อชงเปิด “บับเบิล” จีน หวัง 22 มณฑลปลอดโควิดกระตุ้นเศรษฐกิจ
ต่างชาติต่อคิวเข้าไทยตรึม เล็งยกเลิก “Fit-to-Fly” รองรับ
ททท. เปิดแผนตลาดปี’64 รุกเจาะกลุ่ม “มิลเลนเนียล”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *