ททท.มองข้ามชอต ! คาดการณ์ปี’65 ตัวเลขท่องเที่ยวไทยพลิกฟ
อ่านข่าวต้นฉบับ: ททท.มองข้ามชอต “เที่ยวไทย” คาดฟื้นปี’65-รายได้ดีดกลับ 2.5 ล้านล้าน

ททท.มองข้ามชอต ! คาดการณ์ปี’65 ตัวเลขท่องเที่ยวไทยพลิกฟื้น มีรายได้แตะ 2.5 ล้านล้าน คิดเป็น 80-90% ของปี’62 เตรียมลอนช์แผน “ฟีนิกซ์” ปลุกกระแสเที่ยวปี’64 เผยยอดใช้สิทธิ์ “เราเที่ยวไทยด้วยกัน” เริ่มขยับแรง คาดหมด 5 ล้านสิทธิ์ภายในสิ้นปี ล่าสุดเตรียมขอใช้งบประมาณก้อนเดิมเพิ่มห้องพักอีก 1-2 ล้านสิทธิ์

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยสำหรับช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงปี 2564 ยังคงพึ่งพาการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากรัฐบาลยังต้องพิจารณานโยบายการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างรอบคอบ ค่อยเป็นค่อยไป และต้องฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ด้วย ทำให้ขณะนี้ยังคาดการณ์ตัวเลขทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวสำหรับปีนี้และปี 2564 ได้ค่อนข้างยาก

คาดปี’65 รายได้ฟื้นมาใกล้ปี’62

ทั้งนี้ จากการประเมินของฝ่ายบริหารคาดว่าการท่องเที่ยวของไทยจะกลับมาพลิกฟื้นในช่วงประมาณไตรมาส 3 หรือไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 หรือช้าสุดคือต้นปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่คาดว่าทั่วโลกจะมีวัคซีนโควิดออกมาใช้ในจำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ประกอบกับเป็นฤดูกาลของการเดินทางท่องเที่ยวของตลาดในโซนยุโรป จึงเชื่อว่าธุรกิจท่องเที่ยวจะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติได้ในปี 2565 เป็นต้นไป

“ปี 2564 เป็นปีที่ยังคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ยากมาก ททท.เลยมองข้ามชอตไปปี 2565 โดยวางเป้าหมายผลักดันรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2565 ไว้ที่มูลค่าราว 2.5 ล้านล้านบาท หรือมีสัดส่วนราว 80-90% ของปี 2562” นายยุทธศักดิ์กล่าว

โดยจำนวนนักท่องเที่ยวน่าจะยังลดลงกว่าครึ่ง เนื่องจากรูปแบบการเดินทางจะเปลี่ยนแปลงไป และทิศทางการทำการตลาดของไทยต้องหันมาเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัว เพิ่มความถี่ และเพิ่มวันพำนักของนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น

ชูแผน “ฟีนิกซ์” ปลุกชีพ

นายยุทธศักดิ์กล่าวด้วยว่า สำหรับปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่ทุกอย่างยังคาดการณ์ยากนี้ ททท.เตรียมจัดทำแผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายใต้ชื่อ “ฟีนิกซ์ แพลน” (นกฟีนิกซ์ : นกอมตะ ตายแล้วฟื้นคืนชีพได้) เพื่อปลุกปั้นการท่องเที่ยวให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังจากเผชิญวิกฤตอย่างรุนแรงในปีนี้

“ส่วนแนวทางการทำการตลาดของ ททท.จะยังเน้นส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และเน้นผลักดันการท่องเที่ยวในลักษณะของการบังคับเที่ยวเป็นหลัก เพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวช่วยขับเคลื่อน GDP และมีส่วนช่วยในการปลุกเศรษฐกิจประเทศให้เข้มแข็งในระดับเดียวกับที่ผ่านมา”

ปลดล็อก “เราเที่ยวด้วยกัน” ต่อ

ทั้งนี้ ททท.ยังคงเดินหน้าเสนอการปลดล็อกเงื่อนไขโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยให้มากยิ่งขึ้นใน 5 ประเด็นหลัก คือ 1.ลดลำดับขั้นตอนและความยุ่งยากในการใช้งาน 2.อนุญาตให้นำแพ็กเกจทัวร์เข้าสู่โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” โดยรัฐสนับสนุน 40% ตามข้อเสนอของสมาคมท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) และสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA)

3.อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจองและจ่ายค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน 60% ได้เลยโดยไม่ต้องจ่ายเต็มจำนวนและนำมาขอส่วนต่าง 40% คืนในภายหลังเหมือนที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน 4.อนุญาตให้โรงแรมที่อยู่ในฐานข้อมูลภาษีของกรมสรรพากรเข้าร่วมโครงการได้ แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนเข้าระบบโรงแรมตามกฎหมาย

และ 5.อนุญาตให้สามารถวางจำหน่ายกิฟต์โวเชอร์ (gift voucher) โรงแรม ที่พัก สปา และร้านอาหารได้ ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ต่อศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 (ศบศ.)

ยอดจอง รร.ทะลุ 3.5 ล้านสิทธิ์

สำหรับรายละเอียดการลงทะเบียนโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 พบว่า มีผู้ลงทะเบียน 6.59 ล้านคน โดยมีผู้ใช้สิทธิ์โรงแรม 3,508,008 สิทธิ์ (room night) มูลค่าห้องพักที่จองทั้งหมด 9,543.4 ล้านบาท แบ่งเป็นจ่ายโดยประชาชน 5,901.9 ล้านบาท รัฐสนับสนุน 3,641.5 ล้านบาท ขณะที่มีผู้ที่ได้รับคูปองอาหาร 782,568 ราย ยอดใช้จ่ายทั้งหมด 3,002.6 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดใช้จ่ายประชาชน 1,849.4 ล้านบาท รัฐสนับสนุน 1,153.2 ล้านบาท

ส่วนการใช้สิทธิ์บัตรโดยสารเครื่องบินมีผู้ลงทะเบียนได้รับสิทธิ์เงินคืนค่าบัตรโดยสารแล้ว 82,104 ราย มีจำนวนบัตรโดยสารที่ได้รับสิทธิ์แล้ว 177,870 สิทธิ์ จาก 2 ล้านสิทธิ์ มีมูลค่าบัตรโดยสารที่ได้รับสิทธิ์ 469.96 ล้านบาท แบ่งเป็นจ่ายโดยประชาชน 310.28 ล้านบาท และรัฐบาลสนับสนุน 159.68 ล้านบาท

ชงเพิ่มสิทธิ์ รร.อีก 1-2 ล้านคืน

ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า จากตัวเลขการใช้สิทธิ์ตามโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ณ วันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมาพบว่า มีจำนวนห้องพักโรงแรมเหลือเพียง 1,155,068 สิทธิ์เท่านั้น โดยหลังจากเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน การใช้สิทธิ์ได้เพิ่มจาก 1 หมื่นสิทธิ์ต่อวันเป็น 6 หมื่นสิทธิ์ต่อวัน คาดว่าหากยังคงอยู่ในอัตรานี้จำนวน 5 ล้านสิทธิ์จะหมดภายในเดือนธันวาคมนี้

โดยททท.ได้เตรียมหาแนวทางในการขอขยายสิทธิ์โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ออกไปจากวันที่ 31 มกราคม 2564 ไปสิ้นสุดหลังเทศกาลสงกรานต์ หรือเดือนเมษายน 2564 เพื่อให้ครอบคลุมช่วงเวลาที่คนไทยนิยมท่องเที่ยว

“ตอนนี้ทาง ททท.คิดว่าหลังจากยอดการใช้สิทธิ์ครบ 5 ล้านสิทธิ์ หรือ 5 ล้าน room night แล้ว แต่เงินงบประมาณวงเงิน 22,400 ล้านบาท เดิมนั้นยังเหลือบางส่วน จึงเตรียมแผนขอให้เพิ่มสิทธิ์โรงแรมอีกราว 1-2 ล้านสิทธิ์ เพื่อขับเคลื่อนท่องเที่ยวภายในประเทศให้มีกระแสและเป็นแรงเหวี่ยงหรือโมเมนตัมตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป” นายยุทธศักดิ์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับ: ททท.มองข้ามชอต “เที่ยวไทย” คาดฟื้นปี’65-รายได้ดีดกลับ 2.5 ล้านล้าน

Recommend more :

เลื่อนจอง “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 2 หลังพบโรงแรม-ร้านค้าทุจริต 500 แห่ง
ททท.เลี่ยงปัญหาพื้นที่ บังคับ นทท.ต่างชาติลงสุวรรณภูมิ-กักตัวกรุงเทพฯ เท่านั้น
ททท.ชี้แบ่งโซนเสี่ยงหนุนเที่ยวโค้งท้าย-สั่งงดกิจกรรมพื้นที่สีแดง
โรงแรมหรู เปิดพื้นที่ริมสระให้ “แกลมปิ้ง” นอนนับดาวใจกลางเมือง
ท่องเที่ยวยืนเป้า 1.23 ล้านล้าน เร่งเปิด “ภูเก็ตโมเดล” รับต่างชาติ
ยกเลิก “วีซ่า” แค่สะดวก ต้องเลิก “กักตัว” กระตุ้นเศรษฐกิจ
ปักหมุด 7 พื้นที่เช็กอินงานสีสันแห่งสายน้ำ : ลอยกระทง’63 ทั่วไทย
“เราเที่ยวด้วยกัน” กระตุ้นคนไทยตัดสินใจเที่ยว 74.15%
การบินไทย เผยโฉม Royal Orchid Lounge แนวคิดใหม่สนามบินสุวรรณภูมิ
โรงแรมร้องรัฐทำ “บับเบิล” เปิด Resort Quarantine-ลดกักตัว
“ทีเส็บ” หนุนงานเอ็กซิบิชั่น เน้น 12 อุตฯหลักในเอเชีย
อุทยานแห่งชาติ คืนเงินที่พัก-เลื่อนเข้าพักได้ หากหวั่นโควิด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *