รายงานของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า นับตั้
อ่านข่าวต้นฉบับ: ชงเพิ่ม ASQ ทั่วประเทศ รับ “มาตรการ” เปิดรับต่างชาติ

รายงานของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า นับตั้งแต่ประเทศไทยกลับมาเปิดรับชาวต่างชาติตั้งแต่ 9 กรกฎาคม-13 ธันวาคม ที่ผ่านมา กรมการกงสุลได้ออกหนังสือรับรองเพื่อเดินทางเข้าประเทศไทย หรือใบ COE (certificate of entry) ทุกประเภทการเดินทางไปแล้วประมาณ 50,625 คน

“จาตุรนต์ ไชยะคำ” รองอธิบดีกรมการกงศุล กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ให้ข้อมูลกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศแล้วกว่า 50,000 คนนี้เป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาเพื่อธุรกิจมากที่สุดคือประมาณ 23,000 คน

รองลงมาคือกลุ่มที่เข้ามาเพื่อท่องเที่ยวกว่า 7,000 คน กลุ่มนักเรียน-นักศึกษาประมาณ 4,500 คน กลุ่มที่มารักษาพยาบาลประมาณ 4,000 คน ที่เหลือเป็นกลุ่มอื่น ๆ ตามที่ทางกระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาเปิดรับไปแล้ว

โดยมีอัตราการเดินทางเข้ามาเฉลี่ยที่ราว 14,000-15,000 คนต่อเดือน และคาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 20,000 คนในเดือนธันวาคมนี้

ยกเลิกวีซ่า 56 ประเทศ

รองอธิบดีกรมการกงสุลยังบอกด้วยว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศได้เดินหน้านโยบายการเปิดรับชาวต่างชาติตามนโยบายของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากความพยายามในการเปิดรับชาวต่างชาติแบบเฉพาะกลุ่มแล้ว ล่าสุดนี้ได้ปลดล็อกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วไปกลุ่ม ผ.30 จำนวน 56 ประเทศให้สามารถเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องตรวจลงตราวีซ่า หรือไม่ต้องขอวีซ่า โดยใช้เพียงแค่หนังสือรับรองเพื่อเดินทางเข้าประเทศไทย หรือใบ COE และกักตัว 14 วัน

โดยให้ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางเข้าไทยสามารถยื่นขอ COE ช่องทางออนไลน์ผ่าน www.coethailand.com พร้อมนำบุ๊กกิ้ง ตั๋วโดยสารเครื่องบิน ประกันการเดินทาง บุ๊กกิ้งโรงแรมมาอัพโหลดได้เลย จากนั้นทางสถานทูตจะอนุมัติ COE เพื่อเดินทางได้เลย

“ที่ผ่านมาก็มีต่างชาติยื่นขอวีซ่าทัวริสต์และมีเข้ามาแล้วกว่า 2,000 คน แต่ทางกระทรวงเห็นว่าน่าจะเพิ่มจำนวนได้อีกจึงลดขั้นตอนเรื่องวีซ่าออกไป เพราะหลายประเทศในยุโรปยังเดินทางไปติดต่อเพื่อขอวีซ่าลำบาก และบางประเทศยังล็อกดาวน์อยู่ จึงเปิดให้ขอ COE ทางออนไลน์แทน”

ตั้งเป้า 3 หมื่นต่อเดือน

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังได้พยายามเร่งดำเนินการเพื่อผ่อนคลายมาตรการให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มเติมตามนโยบายของรัฐบาล โดยล่าสุดยังได้พิจารณาให้ขยายวันพำนักให้กับกลุ่ม ผ.30 จากเดิมที่พำนักได้ 30 วัน ให้สามารถพำนักอยู่ในประเทศไทยได้ 45 วัน (ผ.45) โดยให้ทางกระทรวงมหาดไทยดำเนินการแก้ไขประกาศเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และออกประกาศต่อไปด้วย

ทั้งนี้ คาดว่าจากนโยบายผ่อนคลายดังกล่าวนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทยได้เพิ่มมากขึ้น หรือเพิ่มจากประมาณ 14,000-15,000 คนต่อเดือน เป็นประมาณ 20,000-30,000 คนต่อเดือน เพื่อให้สอดรับกับจำนวนโรงแรมที่ใช้กักตัว (ASQ) ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 120 แห่ง รวมประมาณ 15,000 ห้องพัก

ยันเลิกกักตัวช่วยได้จริง

“วิชิต ประกอบโกศล” นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) หรือสมาคมทัวร์อินบาวนด์ (ขาเข้า) บอกว่า ส่วนตัวยังมองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการเพิ่มด้านการอำนวยความสะดวกเท่านั้น ซึ่งมีส่วนทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั่วไปเดินทางเข้ามามากขึ้นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่รัฐบาลออกประกาศผ่อนปรนให้ไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่จำนวนก็จะยังคงไม่มากนัก เพราะยังมีข้อจำกัดเรื่องของการกักตัว 14 วัน

ดังนั้น ทางสมาคม ATTA จึงยังเชื่อว่า หากรัฐบาลต้องการให้ตัวเลขการใช้จ่ายของชาวต่างชาติมีนัยสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจริง น่าจะต้องกระตุ้นให้มีต่างชาติเดินทางเข้ามาให้ได้ถึงหลักแสนคนต่อเดือน หรือไม่ต่ำกว่า 10% ของภาวะปกติ (ปกติ 3 ล้านคนต่อเดือน)

“สมาคม ATTA เรายังคงพยายามนำเสนอข้อมูลต่อภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลความปลอดภัยของกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อผลักดันให้รัฐบาลเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ และไม่มีการแพร่ระบาดภายในประเทศเกิน 150 วัน โดยไม่มีการกักตัว 14 วันต่อไป”

และยังคงเชื่อว่า “การไม่กักตัว” ยังเป็นทางออกเดียวที่จะอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาได้ง่ายที่สุด และเหมาะสมกับพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มากที่สุด และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีที่สุดด้วยเช่นกัน

ชงเพิ่ม ASQ ทั่วประเทศ

“ชำนาญ ศรีสวัสดิ์” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้นโยบายการเปิดรับชาวต่างชาติของรัฐบาลมีแนวโน้มดีขึ้นค่อนข้างมาก โดยนอกจากความพยายามในการเปิดรับชาวต่างชาติแบบเฉพาะกลุ่มแล้ว แนวทางที่กระทรวงการต่างประเทศได้ปลดล็อกให้ชาวต่างชาติทั่วไปใน 56 ประเทศ สามารถเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องตรวจลงตราวีซ่าก็เป็นการลดขั้นตอนให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทยได้ง่ายขึ้น

และคาดว่าจะเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทยได้เพิ่มมากขึ้น และทำให้บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นด้วย

“ชำนาญ” ยังบอกด้วยว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามามากขึ้น สทท.อยากเสนอให้รัฐพิจารณาเพิ่มเติมในส่วนของการเพิ่มโรงแรมสำหรับกักตัว หรือโรงแรมที่เป็น alternative state quarantine (ASQ) ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

กล่าวคือ จากปัจจุบันที่ส่วนใหญ่โรงแรม ASQ จะอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นหลักนั้นให้รัฐเพิ่มโรงแรม ASQ ไปทั่วประเทศ หรืออย่างน้อยในเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ ของไทย เพื่อเป็นการเตรียมรองรับจำนวนชาวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

โดยย้ำว่า หากสามารถเพิ่มโรงแรม ASQ ได้ทั่วประเทศจะทำให้ “ประเทศไทย” มีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในด้านประเทศที่มีความปลอดภัยด้านสาธารณสุขในระดับสูง ซึ่งจะสะท้อนว่า เป็นประเทศที่มีความพร้อมสำหรับรองรับชาวต่างชาติมากที่สุดด้วยเช่นกัน

อ่านข่าวต้นฉบับ: ชงเพิ่ม ASQ ทั่วประเทศ รับ “มาตรการ” เปิดรับต่างชาติ

Recommend more :

พรุ่งนี้! บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน กลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยว
อพท.ดัน “น่านเน้อเจ้า” ก้าวสู่เมืองสร้างสรรค์ยูเนสโกปี’64
ไม่มีแล้ว! บินวนรูปหัวใจ “การบินไทย” ยกเลิก ตามประกาศ กทม.
พัทยา ทุ่ม 755 ล้านบูมเกาะล้าน-นาเกลือ กระตุ้นนักท่องเที่ยว 
ททท.เลี่ยงปัญหาพื้นที่ บังคับ นทท.ต่างชาติลงสุวรรณภูมิ-กักตัวกรุงเทพฯ เท่านั้น
“บินไทย” เปิดเที่ยวบินพิเศษ “บินรับพรปีใหม่ สุขใจตลอดปี” เส้นทางรูปหัวใจ
“ไทยแอร์เอเชีย” ตั้งสถาบันเทรนนิ่งบุคลากรในอุตฯการบิน-ท่องเที่ยวและบริการ
สหภาพการบินไทย ยื่นหนังสือกรมสวัสดิการแรงงาน ตรวจสอบคำสั่ง “ชาญศิลป์”
การบินไทยเลื่อนแผนฟื้นฟูรอบ2 เดินหน้าจ้าง FA ช่วยทำแผน
ลุ้น “เที่ยวไทยวัยเก๋า” ล้านสิทธิ สั่งทบทวน-หวั่นราคาเกินจริง
เวียตเจ็ท บินรับตรุษจีนด้วยตั๋วเริ่มต้นแค่ 99 บาท
กรมการท่องเที่ยวเร่งยกระดับ “HomeLodge” ทั่วประเทศ

Leave a Reply