ผ่านมาแล้ว 1 ปีเต็ม ๆ ที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวกลุ่มตลา
อ่านข่าวต้นฉบับ: “วัคซีน” คือความหวัง นโยบายรัฐคือโอกาสเปิดรับนักท่องเที่ยว

ผ่านมาแล้ว 1 ปีเต็ม ๆ ที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวกลุ่มตลาดอินบาวนด์ หรือนักท่องเที่ยวขาเข้าได้รับผลกระทบจากแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนต้องหยุดธุรกิจ และรายได้เป็นศูนย์

แม้ว่ารัฐจะมีความพยายามในการเปิดรับชาวต่างชาติในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 ที่ผ่านมา แต่ก็ต้องยอมรับว่าด้วยข้อกำหนดที่ออกมานั้นยังเอื้อเฉพาะกลุ่มที่มีความจำเป็นในการเดินทางเป็นหลัก ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไปนั้นยังต้องถือว่ายังไม่มีเข้ามา เนื่องจากยังติดเรื่องการกักตัว 14 วันตามนโยบายสาธารณสุข

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจเกี่ยวกับนโยบายการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจมีขึ้นในอนาคตของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ที่ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จ.สงขลา ในช่วง 11 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2563 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนคนไทย 1,444 คน และผู้ประกอบการท่องเที่ยว 785 ราย

ผลการสำรวจครั้งนี้พบว่า ประชาชนมีความเห็นว่าควรเปิดประเทศร้อยละ 60 ส่วนผู้ประกอบการมีความเห็นว่าควรเปิดประเทศร้อยละ 50 นอกจากนี้ยังพบว่าประชาชนร้อยละ 39% และผู้ประกอบการร้อยละ 50 เห็นว่าควรรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อทัวร์ V.I.P. โดยไม่ต้องกักตัวจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำโดยมีระยะเวลาอยู่ในประเทศไทยระยะสั้น 7-10 วัน

“วิชิต ประกอบโกศล” รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ผู้ดูแลตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้า หรืออินบาวนด์บอกว่า ที่ผ่านมาได้เสนอให้ภาครัฐพิจารณาเปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำโดยไม่ต้องกักตัวไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ

สำหรับปีนี้ทั่วโลกมีวัคซีนออกมาแล้วจึงมองว่า “วัคซีน” น่าจะเป็น “ความหวัง” ของภาคธุรกิจท่องเที่ยวสำหรับปี 2564 นี้ ส่วนจะมี “โอกาส” มากน้อยแค่ไหน อย่างไร ขึ้นอยู่กับ “นโยบายรัฐ”

“วิชิต” ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้หลายประเทศทั่วโลกเริ่มทำการฉีดวัคซีนโควิดกันแล้ว อาทิ อเมริกาฉีดไปแล้ว 22 ล้านคน, จีน 15 ล้านคน, สหภาพยุโรป 8.5 ล้านคน, สหราชอาณาจักร 6.8 ล้านคน, อิสราเอล 3.6 ล้านคน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2.5 ล้านคน เป็นต้น โดยในส่วนของจีนนั้นที่ผ่านมาได้ประกาศว่าก่อนตรุษจีนปีนี้จะสามารถฉีดวัคซีนได้กว่า 50 ล้านคน

และยังคาดการณ์กันว่า ภายในไตรมาส 1 ปีนี้ทั่วโลกจะมีคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วไม่ต่ำกว่า 200 ล้านคนและไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านคนภายในไตรมาส 2 นั่นหมายความว่า คนจำนวนดังกล่าวนี้ที่มีโอกาสที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศได้แล้ว

ดังนั้น สทท. และสมาคมแอตต้า จึงมองว่า รัฐบาลไทยเราต้องมีนโยบายที่ชัดเจนว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะเปิดให้คนที่ฉีดวัคซีนแล้วจากทั่วโลกสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน เช่นเดียวกับหลาย ๆ ประเทศที่ประกาศนโยบายออกมาชัดเจนแล้วว่า ในอนาคตจะเปิดให้คนที่ฉีดวัคซีนแล้วเข้ามาเพื่อการท่องเที่ยวได้ เช่น ไอซ์แลนด์, สิงคโปร์ เป็นต้น

“จากแนวโน้มนี้ทำให้มั่นใจว่าเรามีโอกาส โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ทั้งหลายทั้งปวงนี้รัฐต้องมีนโยบายออกมาที่ชัดเจนด้วย”

ส่วนประเด็นที่ว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาหรือไม่นั้น ไม่อยากให้รัฐบาลวิตกกังวล เพราะว่าภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยมีศักยภาพสูง เอกชนก็แข็งแรง หากรัฐพร้อม เอกชนก็พร้อมกลับมาทำตลาดและช่วยกันขาย และเชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาในครึ่งปีหลังนี้แน่นอน

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยเราก็จำเป็นต้องเร่งฉัดวัคซีนให้คนในประเทศด้วยเช่นกัน เพื่อให้คนต่างชาติที่อยากเดินทางออกนอกประเทศเชื่อมั่นและเลือกเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นอันดับต้น ๆ ด้วย

“วิชิต” ยังพูดถึงแนวทางการฉีดวัคซีนในประเทศด้วยว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งที่วัคซีนลอตแรกที่จะเข้ามาช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนนี้จะฉีดให้กับคนที่อยู่ในพื้นที่สีแดง (ความเสี่ยงสูง) และกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการปฏิบัติหน้าที่ เช่น บุคลากรทางการแพทย์

ส่วนในลอต 2 จำนวน 26 ล้านโดสในเดือนพฤษภาคมนั้นอยากเสนอให้รัฐจัดสรรส่วนหนึ่งฉีดให้คนในเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต, สมุย, พัทยา, เชียงใหม่, หัวหิน เป็นต้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้เมืองที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลักเหล่านี้มีโอกาสกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวและพลิกฟื้นได้ก่อน

“อีกปัจจัยที่น่าจะเอื้อให้คนในประเทศได้รับการฉัดวัคซีนเร็วขึ้นคือการที่รัฐบาลยอมรับและอนุญาตให้เอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนได้ด้วย เพราะจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้คนที่มีกำลังซื้อมีทางเลือกได้มากขึ้น”

พร้อมย้ำว่า “ทางรอด” ของภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยในวันนี้คือ “วัคซีน” และ “นโยบายรัฐ” เพราะเชื่อว่าทันทีที่รัฐประกาศชัดเจนว่าพร้อมเปิดรับคนต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้ว เอกชนก็พร้อมเดินหน้าทำการตลาดทันที

ทั้งนี้ มั่นใจว่าหากรัฐดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าวนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มแรก ๆ จะเข้ามาได้ในช่วงไตรมาส 3 นี้ และน่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย 10 ล้านได้ไม่ยาก และเชื่อว่าจะเพิ่มเป็น 30 ล้านคนได้ภายในปี 2565

อ่านข่าวต้นฉบับ: “วัคซีน” คือความหวัง นโยบายรัฐคือโอกาสเปิดรับนักท่องเที่ยว

Credit ข่าวและภาพจาก ฟีดข่าวประชาชาติ : https://www.prachachat.net

Recommend more :

นักท่องเที่ยว “อังกฤษ-อเมริกา-ฝรั่งเศส” ถึงภูเก็ต เข้าควอรันทีน ศรีพันวา
คิง เพาเวอร์ ลุยขายสินค้าทั้ง Duty Free และ Non Duty Free 
จ่อปลดล็อก “เราเที่ยวด้วยกัน” แจกตั๋วเครื่องบินลด 40% ไม่ต้องสำรองจ่าย ไม่ต้องจองโรงแรม
เมอเวนพิค BDMS ย้ำผู้นำ ASQ ผนึก รพ.กรุงเทพรองรับโควิด
ดุสิตฯ ปรับกลยุทธ์ฝ่าโควิด มุ่งสร้างรายได้ Non-Room
ทีมฟื้นฟู “การบินไทย” แตกหัก แผนสะดุดขอศาลเลื่อนรอบ 2
เปิด 4 ข้อ “ไมเนอร์” แนะ “ประยุทธ์” เรื่องนโยบายวัคซีนในไทย
เปิดขั้นตอน-เงื่อนไขลงทะเบียน “เราเที่ยวด้วยกัน” รอบใหม่ 1 ล้านสิทธิ์
การบินไทย แก้ไขเดดไลน์ส่งแผนฟื้นฟูกิจการแก่ศาลล้มละลายกลางเป็นภายใน 2 ก.พ.64
“ทีเส็บ” ผนึกเอกชน 13 สมาคม กระตุ้นอุตสาหกรรมไมซ์ไทยฝ่าโควิด
เร่งปลดล็อก ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ (หวัง) ปิดโครงการทันมกรา’64
“การบินไทย” พร้อมร่วมมือสาธารณสุข ขนส่งวัคซีนโควิด-19 จากจีน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *