“ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” กางแผน 5 ปีลงทุนหมื่นล้านบาท เผยมุ่ง
อ่านข่าวต้นฉบับ: “ดิเอราวัณ” โหมลงทุนฮ็อปอินน์ ดันขึ้น No.1 “บัดเจตโฮเทล” เอเชีย-แปซิฟิก

“ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” กางแผน 5 ปีลงทุนหมื่นล้านบาท เผยมุ่งโฟกัสลงทุนโรงแรม “ฮ็อป อินน์” แบรนด์บัดเจตโฮเทลครบ 100 แห่งในไทย ตั้งเป้าขึ้นเบอร์ 1 เครือข่ายโรงแรมกลุ่มบัดเจตในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เร่งเพิ่มสัดส่วนกำไรจากตลาดภายในประเทศได้เกิน 40% หวังลดการพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปัจจุบันมีสัดส่วนกว่า 80% พร้อมชะลอลงทุนโรงแรมกลุ่มลักเซอรี่-มิดเดิร์นสเกล ชี้หาทำเลยาก ลงทุนสูง มาร์จิ้นต่ำ

นายเพชร ไกรนุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มโรงแรม “ฮ็อป อินน์” ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมระดับ “บัดเจต” เป็นเซ็กเมนต์ที่มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มที่ฟื้นตัวได้เร็วที่สุดเช่นกัน

บริษัทจึงเชื่อมั่นว่าแนวทางการหันมาโฟกัสและเพิ่มการลงทุนในโรงแรมในกลุ่มบัดเจตสามารถเพิ่มความหลากหลายและกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ (diversify portfolio) ได้อย่างยั่งยืน

เพชร ไกรนุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW
เพชร ไกรนุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW

5 ปีลงทุน 8,000-หมื่นล้าน

ขณะเดียวกันบริษัทยังเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวว่ายังเป็นธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง และสามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาวได้ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก บริษัทจึงวางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2564-2568) จะให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนในกลุ่มโรงแรมบัดเจตเป็นหลัก ภายใต้งบฯลงทุน 8,000-10,000 ล้านบาท ทั้งในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และประเทศที่มีศักยภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

โดยมีแผนขยายการลงทุนในประเทศไทยให้ได้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ หรือมีจำนวนห้องพักรวมกว่า 7,000 ห้อง จากปัจจุบันที่มี 46 แห่ง รวมกว่า 3,600 ห้อง โดยมีโครงการที่สรุปแล้ว 7 แห่ง รวม 648 ห้องพัก ประกอบด้วย กรุงเทพฯ 3 แห่ง คือ อ่อนนุช (สถานีรถไฟฟ้า), บางนา (ตรงข้ามศูนย์แสดงสินค้าไบเทค) และกรุงธนบุรี (สถานีรถไฟฟ้า) และในต่างจังหวัด 4 แห่ง คือ นครราชสีมา, น่าน, มหาสารคาม และชัยภูมิ

No.1 “บัดเจต” เอเชีย-แปซิฟิก

นอกจากนี้ยังมีแผนลงทุนเพิ่มในประเทศฟิลิปปินส์ให้ได้ 15 แห่ง กระจายไปตามเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ โดยเมืองที่สรุปได้แล้วคือ Cebu, Ortigas, Davao, North EDSA และ lloilo จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการไปแล้ว 5 แห่งในกรุงมะนิลา ขณะเดียวกันบริษัทยังมองหาโอกาสเข้าไปลงทุนในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกด้วย โดยมีเป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดกลุ่มบัดเจตโฮเทลของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกภายใน 5 ปี

“สำหรับรูปแบบนั้นมีทั้งในการลงทุนและพัฒนาโดยบริษัทเอง และการเข้าซื้อกิจการ โดยมองว่าจะช่วยสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ และขยายสัดส่วนกำไรที่เกิดจากฐานลูกค้าตลาดการเดินทางในประเทศได้ในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 40% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนราว 16% เท่านั้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน”

เพิ่มทุน 3 พันล้านรับแผน 5 ปี

นายเพชรกล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการสร้างความพร้อมทางการเงินสำหรับรองรับการเติบโตตามแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทจึงได้อนุมัติแผนเพิ่มทุนจำนวน 3,000 ล้านบาท ประกอบด้วยการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนโดยการจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวน 2,000 ล้านบาท คาดจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2564 และการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญจำนวน 1,000 ล้านบาท ซึ่งมีอายุ 3 ปีนับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ และมีกำหนดการใช้สิทธิในเดือนมิถุนายน 2567

“การเพิ่มทุนของบริษัทจะต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 เมษายน 2564”

อย่างไรก็ตาม มองว่าการเพิ่มทุนในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของสถานะทางการเงินของบริษัท และช่วยให้บริษัทมีโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสมต่อการขยายการลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์ที่ได้วางไว้ โดยมีอัตราส่วนทางการเงินอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย จึงมั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นในการจัดหาเงินลงทุนในครั้งนี้

คาดอีก 2-3 ปีตลาด ตปท.ฟื้น

สำหรับโรงแรมในกลุ่มลักเซอรี่และมิดเดิร์นสเกลนั้น นายเพชรกล่าวว่า บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นทำการตลาดอย่างต่อเนื่องสำหรับพร็อพเพอร์ตี้ที่ลงทุนไปแล้ว ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เพียงแต่จะยังไม่ลงทุนเพิ่ม เนื่องจากโรงแรมในเซ็กเมนต์ดังกล่าวนี้หาทำเลยาก ลงทุนสูง และกำไรขั้นต้นต่ำกว่า บวกกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังคาดว่าจะยังไม่กลับมาในเวลาเร็ว ๆ นี้

“วิกฤตโควิดในช่วงที่ผ่านมาเราพบว่าโรงแรมเซ็กเมนต์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และกลับมาได้ช้าที่สุดคือกลุ่มโรงแรมลักเซอรี่และโรงแรมระดับกลาง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติมากถึงกว่า 80% ขณะเดียวกันเชื่อว่ากว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาเท่ากับปี 2562 อีกครั้งน่าจะต้องใช้เวลาถึง 2-3 ปี ในแผนระยะสั้น 5 ปีนี้เราจึงยังจะไม่โฟกัสลงทุนเพิ่มในกลุ่มโรงแรมระดับบน” นายเพชรกล่าว

เข้มลดค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง

นางสาววรมน อิงคตานุวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการสายบริหารเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวถึงผลการดำเนินงานในปี 2563 ที่ผ่านมาด้วยว่า บริษัทมีรายได้รวม 2,348 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 64% โดยมีตัวเลขขาดทุนสุทธิ 1,715 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีกำไร 446 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากประเมินตัวเลขในช่วงไตรมาส 4/2563 พบว่ามีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากไตรมาส 2/2563 ค่อนข้างชัดเจน และยังคงดีต่อเนื่องกระทั่งถึงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2563 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงได้ตามเป้าหมายที่ร้อยละ 45 จากปีก่อนหน้า และมีเงินสดคงเหลือ (สภาพคล่อง) 1,600 ล้านบาท และมีวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้ 5,200 ล้านบาท และสำหรับปี 2563 บริษัทได้รับการอนุมัติจากธนาคารเจ้าหนี้ทุกแห่งในการขอผ่อนผันการดำรงอัตราส่วนทางการเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงมั่นใจว่าบริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะรับมือภายใต้ภาวะวิกฤตและความไม่แน่นอนของธุรกิจท่องเที่ยวต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับ: “ดิเอราวัณ” โหมลงทุนฮ็อปอินน์ ดันขึ้น No.1 “บัดเจตโฮเทล” เอเชีย-แปซิฟิก

Credit ข่าวและภาพจาก ฟีดข่าวประชาชาติ : https://www.prachachat.net

Recommend more :

1 ก.ค.เลิกกักตัวต่างชาติ ‘ความหวัง’ หรือ ‘ความฝัน’ ธุรกิจท่องเที่ยวไทย ?
การบินไทย ขาย “ครัวซองต์” เริ่มวันนี้ ที่ภัตตาคารอร่อยล้นฟ้า
เปิดวิชั่น 3 บิ๊กท่องเที่ยว แคนดิเดต ประธาน สทท. คนใหม่
“ภูเก็ต” โหมปลุกท่องเที่ยว คาดเริ่มฟื้นตัวเมษายนนี้
เมอเวนพิค BDMS ย้ำผู้นำ ASQ ผนึก รพ.กรุงเทพรองรับโควิด
โรงแรมใหญ่ลุยลงทุนตามแผน บ่ยั่นโควิดรอท่องเที่ยวดีดกลับ
ครม. ไฟเขียว “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 เพิ่มอีก 2 ล้านสิทธิ์
“ซี.พี.แลนด์” เชื่อมั่นเที่ยวไทย ทุ่มพันล้านลงทุนโรงแรมใหม่
One Pic Big Dream ภาพหนึ่งภาพ (สามารถ) เปลี่ยนเป็น “แหล่งท่องเที่ยว”
“ไทยสมายล์” เลิกบิน 5 เส้นทางเมืองรอง ถึงสิ้นเดือน ม.ค.
อพท.ยกระดับชุมชนท่องเที่ยว! ผนึกยูเนสโกใช้ VMAT จัดการแหล่งท่องเที่ยวครั้งแรกของไทย
“ไทยแลนด์ อีลิท” ตั้งเป้า ล้างขาดทุนสะสม 18 ปี หมดในปีนี้

Leave a Reply