องค์กรด้านการท่องเที่ยวระดับโลกหลายสำนักคาดการณ์กันว่าภ
อ่านข่าวต้นฉบับ: 5 สมาคมท่องเที่ยว ลุ้นรัฐอนุมัติวงเงินกู้เสริมสภาพคล่อง “หมื่นล้าน” รีสตาร์ทธุรกิจ

องค์กรด้านการท่องเที่ยวระดับโลกหลายสำนักคาดการณ์กันว่าภาพรวมของธุรกิจการท่องเที่ยวโลกน่าจะฟื้นตัวได้ราวปี 2567 ขณะที่การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยจะช้ากว่านั้นอีกราว 1-2 ปี การคาดการณ์ดังกล่าวชี้ชัดว่า ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยยังติดกับดักของไวรัสโควิดไปอีกไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี

ประเด็นปัญหาเวลานี้คือ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยทุกเซ็กเตอร์ไม่สามารถกลับมารีสตาร์ตธุรกิจอีกครั้งได้ เพราะไม่ได้ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 1 ปี ขณะที่ภาครัฐกำลังเร่งขับเคลื่อนนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดังนั้นโจทย์สำคัญของรัฐในขณะนี้คือจะ “ปั๊มหัวใจ” ผู้ประกอบการท่องเที่ยวให้กลับมาเต้นอีกครั้งได้อย่างไร

ธุรกิจท่องเที่ยวตายยกแผง

“ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร” นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และ “อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์” เลขาธิการสมาคม ATTA ร่วมกันให้ข้อมูลว่า จากงานวิจัยผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ต่อภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย โดย ศ.ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ระบุว่า ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของไทยมีธุรกิจลดลงแทบจะเป็นศูนย์ตั้งแต่เดือนที่ 6 หลังจากได้รับผลกระทบจากโควิด และตายสนิททั้งระบบเมื่อถึงเดือนที่ 12

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจนำเที่ยว โรงแรมที่พัก การขนส่ง จำหน่ายสินค้าและของที่ระลึก อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจสันทนาการต่าง ๆ (ดูกราฟประกอบ) และเป็นไปในแนวโน้มเดียวกันทั้งเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรอง

5 สมาคมขอ 3 มาตรการเร่งด่วน

จากประเด็นปัญหาดังกล่าว สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) จึงขอเป็นเจ้าภาพร่วมหารือกับอีก 4 สมาคมท่องเที่ยว ประกอบด้วย สมาคมโรงแรมไทย (THA), สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.), สมาคมสปาไทย และสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย โดยเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) มาร่วมเป็นประธาน พร้อมนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาของภาคการท่องเที่ยวเร่งด่วน 3 เรื่องหลัก

ประกอบด้วย 1.เร่งฉีดวัคซีนให้จังหวัดท่องเที่ยว โดยจัดสรรวัคซีนให้คนในพื้นที่ รวมประชากรแฝงและชาวต่างชาติ 70% ในแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว และเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เร็วที่สุด รวมถึงฉีดวัคซีนให้คนภูเก็ตตามแผน “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัว และกระจายวัคซีนสร้างความพร้อมให้กับเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่มีแผนเปิดในไตรมาส 4 นี้

2.ขอให้รัฐสนับสนุนการจัดงานประชุมสัมมนา โดยอนุญาตให้จัดประชุมในโรงแรม พร้อมกำหนดจำนวนผู้ร่วมประชุมตามขนาดจำนวนห้อง เว้นระยะห่าง 2 เมตรต่อคน และสนับสนุนมีการจัดงานประชุมสัมมนาผ่านบริษัทนำเที่ยว

และ 3.ลดเงื่อนไขเพื่อกระตุ้นตลาด โดยไม่กักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำและปานกลาง ขยายประเภทของวัคซีนเป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากประเทศต้นทาง ลดวงเงินประกันการเดินทางจาก 100,000 เหรียญสหรัฐ ลงเหลือ 50,000 เหรียญสหรัฐ หรือลดวงเงินสำหรับนักท่องเที่ยวประเภทครอบครัว และส่งเสริมโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 และ “ทัวร์เที่ยวไทย”

ชงลดค่าไฟ-ตั้งกองทุนฟื้นฟู

นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลช่วยพยุงภาคธุรกิจท่องเที่ยวในระยะยาวอีกหลายประเด็น อาทิ มาตรการช่วยค่าจ้างพนักงาน (co-payment) เพื่อรักษาสภาพการจ้างงานและช่วยเสริมสภาพคล่อง โดยสนับสนุนค่าจ้างพนักงาน 50% (ไม่เกิน 7,500 บาท)

สำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เสียภาษีถูกต้อง พนักงานอยู่ในระบบประกันสังคม เป็นธุรกิจที่ขาดทุนระยะยาว สูญเสียรายได้ในปี 2563-2564 รวมถึงเยียวยาผู้ประกันตนตามมาตรา 33 กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย (ปิดกิจการชั่วคราวจากผลกระทบโควิด) ในอัตรา 50% ของค่าจ้างรายวัน ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน

มาตรการลดต้นทุนค่าไฟฟ้า (ธุรกิจโรงแรมและกิจการให้เช่าพักอาศัย) โดยขอลดค่าไฟฟ้า 15% เป็นระยะเวลา 7 เดือน (มิถุนายน-ธันวาคม 2564) ยกเว้นการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าต่ำสุด (minimum charge) ขอจ่ายตามกำลังไฟฟ้าที่ใช้จริง และขอยกเลิกการคิดค่าไฟตามช่วงเวลาการใช้ TOU (tariff on peak) หรือช่วงเวลา 09.00-22.00 น. วันจันทร์-ศุกร์ตามใบแจ้งค่าไฟฟ้า เป็นเวลา 7 เดือน (มิถุนายน-ธันวาคม 2564)

และขยายระยะเวลาการผ่อนชำระค่าไฟฟ้า (ประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง) แบบไม่มีดอกเบี้ย เป็นเวลา 7 เดือน เริ่มตั้งแต่มิถุนายนนี้เช่นกัน

รวมทั้งมาตรการทางด้านภาษี โดยขอขยายเวลาการอนุญาตให้นำผลขาดทุนไปหักล้างกับกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นต่อไปอีก 5 ปี จากเดิมที่กำหนดไว้ 5 ปี รวมเป็น 10 ปี ขยายเวลาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างร้อยละ 90 ออกไปอีก 2 ปี เป็นต้น

และมาตรการฟื้นฟูและพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยว โดยเสนอจัดตั้ง “กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยว” เพื่อดูแลผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยเฉพาะ และจัดหาเงินช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยให้สถาบันการเงินออกเงื่อนไขพิเศษในการปล่อยสินเชื่อกับบริษัทหรือบุคคล และอนุมัติสินเชื่อเพื่อให้ธุรกิจสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง

ดันเงินเสริมสภาพคล่องหมื่นล้าน

ด้าน “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่าในระยะเวลาเร่งด่วนนี้ กระทรวงจะนำข้อเสนอดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เพื่อขอให้พิจารณาวงเงินสำหรับเป็นเงินเสริมสภาพคล่องในการเปิดธุรกิจมูลค่า 1 หมื่นล้านบาทให้กับผู้ประกอบการนำไปรีสตาร์ตธุรกิจ

และเตรียมพร้อมสำหรับรองรับภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่กำลังจะกลับมาในไตรมาส 4 นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตามโมเดล “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ในอีก 9 จังหวัดที่มีแผนเปิดในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

โดยเงินกู้ดังกล่าวจะเป็นวงเงินกู้ภายใต้เงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ประกอบการบางส่วนที่ไม่สามารถเข้าถึงโครงการโกดังพักหนี้และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) หรือเป็นกลุ่มที่ไม่มีสินทรัพย์สำหรับเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการกู้เงินจากสถาบันการเงิน โดยใช้เงื่อนไขให้ผู้กู้สามารถค้ำประกันแบบไขว้กันได้

“วงเงิน 1 หมื่นล้านบาทที่พูดกันนี้เป็นวงเงินที่ 5 สมาคมท่องเที่ยวได้นำเสนอมา ซึ่งเรามองว่าจะไปขอมาจากวงเงินกู้ 500,000 ล้านบาท ตาม พ.ร.ก.ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่วนหลักการพิจารณาวงเงินนั้นขึ้นอยู่กับศักยภาพของผู้ประกอบการแต่ละรายเป็นหลัก”

สำหรับกระบวนการขั้นตอนการดำเนินงานนั้น “พิพัฒน์” ย้ำว่า จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด หรือทันเดือนตุลาคมนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเงินไปหมุนเวียนและกลับมาเริ่มต้นธุรกิจกันได้ทันช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจท่องเที่ยวของไทย

เชื่อวัคซีนเป็นไปตามเป้า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังบอกอีกว่า ส่วนประเด็นเรื่องการฉีดวัคซีนนั้น เชื่อว่าภายในเดือนมิถุนายนนี้ต้องครอบคลุม 70% ของพื้นที่ภูเก็ตแล้วเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตามแผน “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ในเดือนกรกฎาคมนี้

ส่วนพื้นที่อื่น ๆ คาดว่าภายในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้น่าจะครอบคลุมได้ในระดับหนึ่งแล้วเช่นกัน เพื่อให้สามารถเปิดเมืองท่องเที่ยวอีก 9 จังหวัดเป็นไปตามแผน

ทั้งหมดนี้เป็นความพยายามของคนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทุกเซ็กเตอร์ในการเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาดำเนินธุรกิจกันอีกครั้งหลังจากที่เผชิญกับวิกฤตโควิดกันมาร่วม 1 ปีครึ่ง…

อ่านข่าวต้นฉบับ: 5 สมาคมท่องเที่ยว ลุ้นรัฐอนุมัติวงเงินกู้เสริมสภาพคล่อง “หมื่นล้าน” รีสตาร์ทธุรกิจ

Credit ข่าวและภาพจาก ฟีดข่าวประชาชาติ : https://www.prachachat.net

Recommend more :

การบินไทย เปิดราคาเริ่มต้น ตั๋ว Hello World Fares สู่ 28 จุดบินทั่วโลก
“การบินไทย” บินปฐมฤกษ์ นำ 16 ชาวต่างชาติ แลนดิ้งภูเก็ตแล้ว
“มาคาเลียส” รับมือโควิด ยืดอายุโวเชอร์ใช้ยันสิ้นปี
“บินไทย” แจงยิบ บริษัทเหลือเงินจ่ายพนักงานแค่ตุลาคมนี้ ไม่เป็นความจริง
การบินไทย จ่อพับแผนบินใหม่ 25 ธ.ค. หลังโควิดระบาดรอบสอง
ธุรกิจใหม่ “ส่งบุญออนไลน์” ใส่บาตรยุค New Normal
แฉสารพัดกลโกง เราเที่ยวด้วยกัน เลื่อนลงทะเบียนใหม่ไม่มีกำหนด
เคทีซีปรับทัพ ‘”KTC WORLD” รับเทรนด์ท่องเที่ยวเปลี่ยน
“นกแอร์” ฉลุย! แผนฟื้นฟู-ตั้ง “แกรนท์ ธอนตัน-5 กรรมการ” ทำแผน
บางกอกแอร์เวย์ส ปรับตารางบิน-ปิดเลานจ์ชั่วคราว รับมือโควิด
ททท. เปิดแผนตลาดปี’64 รุกเจาะกลุ่ม “มิลเลนเนียล”
“ดุสิตธานี” ฝ่าวิกฤตโควิด-Q1 กวาดกำไร 74 ล้าน

Leave a Reply