“ดุสิตธานี” รับปีแห่งความท้าทาย ยากลำบากที่
อ่านข่าวต้นฉบับ: ดุสิตฯ ชี้ ’64 ปีแห่งการปรับเอาตัวรอด หลัง ’63 ยากลำบากที่สุดของอุตฯโรงแรมไทย

“ดุสิตธานี” รับปีแห่งความท้าทาย ยากลำบากที่สุดที่อุตฯ โรงแรมเคยประสบ ปีหน้าเร่งปรับเอาตัวรอด เน้นโดเมสติก ทำโลคอลเอ็กซ์พีเรียนซ์ คาดปีนี้ปิด OR 50% ครึ่งปีแรกไม่หวังตลาดต่างชาติ คาดเปิดประเทศไตรมาส 3 ช่วยดัน OR แตะ 70% นักท่องเที่ยวต่างชาติ 15 ล้านคน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2563 เป็นปีแห่งความท้าทายของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังผลกระทบของโควิด-19 ส่งผลต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยวทุกแขนง และในปี 2564 ที่กำลังจะมาถึงจะเป็นปีแห่งการปรับตัวเปลี่ยนแปลงการทำงานและการบริการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในช่วงเวลาที่ถือว่ายากที่ลำบากที่สุดที่อุตสาหกรรมโรงแรมเคยประสบ

โดยในปีหน้ากลุ่มดุสิตธานีจะเน้นตลาดในประเทศเป็นหลัก โดยได้เริ่มปรับระบบการทำงานและพัฒนาแนวกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์แล้ว เริ่มจากการทำโครงการ Selling Together, Winning Together เปิดให้พนักงานจากทุกภาคส่วนร่วมแข่งขันขายห้องพัก พร้อมสำรวจผลการขายของแต่ละแผนกแบบเรียลไทม์ กระตุ้นให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมกับการขายมากขึ้น ปรับแนวคิดให้กระตือรือล้น และสร้างความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในแผนกและองค์กร

นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญกับการทำตลาดในประเทศอย่างเต็มที่ เน้นเพิ่มคุณค่าให้กับบริการของดุสิตธานี ผ่านการเสริมแพ็คเกจเกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ประสบการณ์ท้องถิ่น และความยั่งยืน โดยได้เริ่มขายแพ็คเกจท่องเที่ยวชุมชนร่วมกับ Local Alike ภายใต้ชื่อ Dusit Local Explorer ใน 7 ชุมชนที่มีโรงแรมของดุสิตธานีตั้งอยู่ ประกอบด้วยกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ หัวหิน พัทยา และเขาใหญ่ โดยเชื่อว่าจะช่วยดึงดูดใจนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

สำหรับไตรมาส 4/2563 คาดว่าทั้งกลุ่มดุสิตธานีและธุรกิจโรงแรมในภาพรวมจะฟื้นตัวดีขึ้นจากไตรมาส 3 ตามลำดับ สอดคล้องกับการฟื้นตัวของไตรมาสที่ 3 จากไตรมาสที่ 2 ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่ที่ได้เปิดเผยออกมา ประกอบกับการวันหยุดยาวและช่วงเทศกาลที่กำลังจะมาถึงกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมากขึ้น และทำอัตราการเข้าพักเฉลี่ยราว 50% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยราว 40% 

ในครึ่งปีแรกของปี 2564 คาดว่าจะยังคงไม่ใช่เวลาเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางสำหรับพักผ่อนหย่อนใจทั่วไป โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติในกลุ่มนักธุรกิจและกลุ่มสุขภาพเดินทางเป็นกลุ่มหลัก ทำให้ตลาดหลักในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 จะยังเป็นตลาดโดเมสติกและอุตฯ จะต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวต่อไปอีกซักระยะและรักษาอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของกลุ่มราว 50% ต่อเนื่อง

รวมถึงน่าจะเป็นช่วงเวลาสำหรับการเตรียมความพร้อมสำหรับภาครัฐและเอกชนไทยในการเตรียมความพร้อมสำหรับการต้อนรับตลาดต่างชาติที่คาดว่าจะสามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ในช่วงไตรมาส 3-4 ของปีนี้ ส่วนในไตรมาสที่ 3-4 คาดว่าจะสามารถดันอัตราการเข้าพักเฉลี่ยขึ้นไปถึง 70% ได้หากสถานการณ์เป็นไปตามการคาดการณ์และไม่ประสบกับปัจจัยความไม่แน่นอนอื่นๆ พร้อมสะสมจำนวนนักท่องเที่ยวราว 15 ล้านคนจาก 7 ล้านคนในปีนี้

โดยปัจจุบันในตลาดไทยมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวไทยกว่า 80-90% และต่างชาติ 10-20% ซึ่งเป็นกลุ่มต่างชาติที่ทำงานในไทย นักการทูต หรือนักท่องเที่ยวตกค้าง ไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาหลังโควิด-19 จากในอดีตที่ผู้เข้าพักกว่า 70% ของกลุ่มดุสิตธานีในไทยเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 

อ่านข่าวต้นฉบับ: ดุสิตฯ ชี้ ’64 ปีแห่งการปรับเอาตัวรอด หลัง ’63 ยากลำบากที่สุดของอุตฯโรงแรมไทย

Recommend more :

“ทีเส็บ” ผนึกเอกชน 13 สมาคม กระตุ้นอุตสาหกรรมไมซ์ไทยฝ่าโควิด
“ไทยเวียตเจ็ท” เสริมฝูงบิน บุกเส้นทางบินในประเทศ
บางกอกแอร์เวย์ส ยกเลิกอีก 2 เที่ยวบิน-ปิดหน่วยออกตั๋วสำนักงานใหญ่
ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center : TAC)
“ไทยเที่ยวไทย” ชะงัก สทท.จ่อทำแผนรอฟื้นฟู
เปิดขั้นตอน-เงื่อนไขลงทะเบียน “เราเที่ยวด้วยกัน” รอบใหม่ 1 ล้านสิทธิ์
อพท.เร่งยกระดับบุคลากร มุ่งองค์กรประสิทธิภาพสูง
ททท.เลี่ยงปัญหาพื้นที่ บังคับ นทท.ต่างชาติลงสุวรรณภูมิ-กักตัวกรุงเทพฯ เท่านั้น
เวียตเจ็ท บินรับตรุษจีนด้วยตั๋วเริ่มต้นแค่ 99 บาท
“อิมแพ็ค” ยันพร้อมจัดแบดมินตันโลกตลอดเดือนมกราฯนี้
โรงแรมงัดกลยุทธ์คืนเงินสด ดึงลูกค้า “เราเที่ยวด้วยกัน”
เตือนธุรกิจโรงแรมปี’64 รายได้หดตัว 70% จากความล่าช้าของวัคซีนโควิด

Leave a Reply