ช่วงโค้งหักศอก-ทางสองแพร่งการแพร่ระบาดโควิด-19 กับการท่
อ่านข่าวต้นฉบับ: “เราเที่ยวด้วยกัน” เพิ่มสิทธิ์ห้องพักเป็น 15 คืน-ลดค่าตั๋วบิน 7 จังหวัด

ช่วงโค้งหักศอก-ทางสองแพร่งการแพร่ระบาดโควิด-19 กับการท่องเที่ยวฤดูไฮซีซั่น ครม.พล.อ.ประยุทธ์ ลองถูก-ลองผิดโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ล่าสุด ปรับเกณฑ์ใหม่ 7 เกณฑ์เพื่อปั๊มหัวใจอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ทั้ง การเพิ่มสิทธิ์ห้องพักจาก 10 คืนเป็น 15 คืน อุดหนุนค่าเครื่องบิน 7 จังหวัด ซมพิษโควิดอีก 1 พันบาท ตลอดจนดันหลังข้าราชการที่ใช้สิทธิ์ลา แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่า เข้าร่วมโครงการ-เที่ยวจริง

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบการปรับปรุง “โครงการเราเที่ยวด้วยกัน” ทั้งเพิ่มจำนวนการจองห้องพัก ขยายระยะเวลาโครงการฯ

รวมทั้ง สนับสนุนค่าเครื่องบินจาก 2,000 บาท เป็น 3,000 บาท ใน 7 จังหวัดท่องเที่ยว พร้อมปรับลดกรอบวงเงินโครงการฯ เหลือ 15,000 ล้านบาท จาก 20,000 ล้านบาท รายละเอียดการปรับปรุงโครงการ ฯ ดังนี้

1.ปรับปรุงขอบเขตการใช้สิทธิ์จำนวนการจองห้องพัก จากเดิมประชาชนจองที่พักได้ไม่เกิน 10 คืน (Room night) ต่อ 1 สิทธิ์ สามารถจองที่พักเพิ่มอีก 5 คืน (Room night) เป็น 15 คืน (Room night) ต่อ 1 สิทธิ์

2.เพิ่มจำนวนห้องพักอีก 1 ล้านคืน (Room night) จากเดิม 5 ล้านคืน (Room night) เป็น 6 ล้านคืน (Room night)

3.ขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการ ประกอบด้วย (1) การใช้สิทธิ์ โครงการ จากสิ้นสุดวันที่ 31 ม.ค. 2564 เป็นวันที่ 30 เม.ย. 2564 (2) การจองโรงแรมที่พัก จากช่วงเวลา 06.00 – 21.00 น. เป็นช่วงเวลา 06.00 – 24.00 น.

4.เพิ่มโรงแรมที่พักที่ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบการโรงแรม แต่ต้องมีหมายเลขประจำตัวของผู้เสียภาษี (Tax ID) และมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

5.อนุมัติให้ธุรกิจและบริการที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยวสามารถรับ E-Voucher ได้ ประกอบด้วย ธุรกิจการขนส่ง ธุรกิจสปาหรือนวดเพื่อสุขภาพ รถเช่าเพื่อการท่องเที่ยว และเรือเช่าเพื่อการท่องเที่ยว โดยมีเงื่อนไขว่าต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่เป็นหน่วยงานภาครัฐ มีการเก็บค่าใช้บริการ และต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการอย่างถูกต้องจากหน่วยงานภาครัฐ

6.ปรับเกณฑ์การสนับสนุนค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน จาก 2,000 บาทต่อที่นั่ง เป็น 3,000 บาทต่อที่นั่งเฉพาะเมืองหลักทางการท่องเที่ยว 7 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา สงขลา สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และเชียงรายที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยมีอัตราการร่วมจ่าย (Co-pay) เท่าเดิม

7.กำหนดหลักเกณฑ์การลาสำหรับข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง พนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่ลงทะเบียนและใช้สิทธิ์ โครงการฯ โดยกำหนดให้แสดงหลักฐานประกอบการลา ได้แก่ (1) หลักฐานแสดงการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ และ (2) หลักฐานแสดงการเช็คอินและเช็คเอ้าท์โรงแรงที่พักตามโครงการฯ

นอกจากนี้ ครม. ยังอนุมัติงบประมาณจัดกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางในรูปแบบ Consumer Fair จำนวน 3 ครั้ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ ภาคเหนือ และภาคใต้ พร้อมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการเข้าร่วมโครงการฯ ควบคู่กับมาตรการสาธารณสุขต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยว งบประมาณ 9 ล้านบาท ภายใต้กรอบวงเงินโครงการฯ

พร้อมทั้งเห็นชอบการปรับปรุงรายละเอียด “โครงการกำลังใจ” ดังนี้ เปิดให้บริษัทนำเที่ยวที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ โดยใช้หลักเกณฑ์เดิมของโครงการฯ (เป็นบริษัท นำเที่ยวที่จดทะเบียนถูกต้องตาม พ.ร.บ. ธุรกิจนำเที่ยว โดยจดทะเบียนก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563) รวมบริษัทนำเที่ยวที่กรอกรายการนำเที่ยวไม่ครบ 15 รายการ สามารถกรอกเพิ่มเติมได้

ทั้งนี้ หากกรอกครบ 15 รายการแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเพิ่มเติมได้อีก

อ่านข่าวต้นฉบับ: “เราเที่ยวด้วยกัน” เพิ่มสิทธิ์ห้องพักเป็น 15 คืน-ลดค่าตั๋วบิน 7 จังหวัด

Recommend more :

เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 รอเปิดวิธีใช้สิทธิ์จากกรุงไทย-มหาดไทย
“บินไทย” เปิดเที่ยวบินพิเศษ “บินรับพรปีใหม่ สุขใจตลอดปี” เส้นทางรูปหัวใจ
ลุ้นคลอด “แผนฟื้นฟู” บินไทย ผู้ทำแผนเสียงแตกปมจ้าง FA 630 ล้าน
บินไทย จัดแพ็กเกจท่องเยาวราช “จากมงคลบนฟากฟ้า เชื่อมพสุธาบนเส้นทางมังกร”
“ดุสิตธานี” ไม่หวั่นขาดทุน 878 ล้าน มั่นใจไตรมาส 4 ฟื้น
กรมการท่องเที่ยวเร่งยกระดับ “HomeLodge” ทั่วประเทศ
“ทีเส็บ” MOU ภาคีเครือข่าย “เปิดเมืองปลอดภัย” 10 เมืองไมซ์
13 เม.ย. ห้ามสายการบิน เสิร์ฟอาหาร-เครื่องดื่ม ให้ใส่แมสก์ตลอดเวลา
เตือนธุรกิจโรงแรมปี’64 รายได้หดตัว 70% จากความล่าช้าของวัคซีนโควิด
“หนุ่มสาวทัวร์” เร่งรีสตาร์ตธุรกิจ-รุกหนักแพ็กเกจทัวร์ในประเทศ
เที่ยวในประเทศพลิกฟื้น “แอร์เอเชีย” รายได้Q3/63 ขยับ 8% จากไตรมาส2
การบินไทย ยันยื่นแผนฟื้นฟูฯ ได้ตามกำหนดเวลา

Leave a Reply