รัฐส่งสัญญาณบวก จ่อยกเลิกมาตรการกักตัวนักท่องเที่ยวต่าง
อ่านข่าวต้นฉบับ: สัญญาณบวกเลิกกักตัวโควิด รัฐถกใหญ่ 16 มี.ค.บูมท่องเที่ยว

รัฐส่งสัญญาณบวก จ่อยกเลิกมาตรการกักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติ องค์กรรัฐนัดหารือ 16 มีนาคมนี้ รมว.ท่องเที่ยวดัน area quarantine ลดกักตัวเหลือ 3 วันเริ่มเมษาฯนี้ สมาคมแอตต้าเตรียมร่อนหนังสือ 5 หน่วยงานหลักสัปดาห์นี้ ชี้เปิดตั้งแต่มิถุนาฯนักท่องเที่ยวมีโอกาสทะลุ 8 ล้านคน รายได้แตะ 5 แสนล้าน

จากกรณีที่มีกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวรายใหญ่ 15 บริษัท รวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัว (quarantine) ตั้งแต่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป โดยส่งแคมเปญ #OpenThailandSafely ให้ผู้ประกอบการและคนไทยทั่วประเทศลงชื่อแสดงพลังเพื่อส่งเสียงถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เนื่องจากผู้ประกอบการทั้งธุรกิจสายการบิน, โรงแรม รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว ประสบปัญหาสภาพคล่องอย่างหนัก

รัฐเร่งหาทางออก “เลิกกักตัว”

แหล่งข่าวจากภาคธุรกิจท่องเที่ยวรายหนึ่งเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น รัฐบาลรับรู้และอยู่ระหว่างการเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขโดยเร็ว โดยประเด็นเรื่องการทยอยฉีดวัคซีนของทุกประเทศทั่วโลกถือเป็นปัจจัยบวกที่รัฐบาลได้นำมาพิจารณายกเลิกมาตรการกักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว หรือมีวัคซีนพาสปอร์ต และมีใบรับรองว่าปลอดเชื้อโควิด-19 ได้เร็วขึ้น ขณะนี้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการพิจารณาและหาแนวทางที่เหมาะสม

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการทยอยเปิดและกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนด้านเศรษฐกิจ หลังจากที่ประเทศไทยปิดน่านฟ้ารับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั่วไปมาเป็นระยะเวลาถึง 12-13 เดือนแล้ว และสูญเสียรายได้กว่า 2 ล้านล้านบาท โดยที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ ได้พยายามหาช่องทางปลดล็อกเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้ชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวบางกลุ่มเข้ามาประเทศไทยมาตลอด แต่สุดท้ายแล้วทุกคนที่เข้ามายังคงต้องกักตัวตามมาตรการควบคุมโรค ขณะที่ภาคเอกชนและสมาคมท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็พยายามผลักดันให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการกักตัวมาเป็นระยะเช่นกัน

นัดหารือกระทรวงหลัก 16 มี.ค.นี้

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปอีกว่า เพื่อเป็นการเร่งมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัว ภาครัฐจึงได้นัดประชุมหารือร่วมกันระหว่าง 5-6 หน่วยงานหลัก อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น เพื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการใช้แอปพลิเคชั่นเชื่อมโยงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับคนต่างชาติเข้าประเทศไทย ทั้งข้อมูลเอกสารราชการ รวมถึงติดตาม รายงาน ข้อมูลการฉีดวัคซีน และการรับรองว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามานั้นปลอดเชื้อไวรัสโควิด

แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ที่ผ่านมามีหลายส่วนที่เสนอให้ยกเลิกมาตรการกักตัว โดยเสนอออกเป็นนโยบาย แต่ทุกส่วนยังไม่มีเครื่องมือสำหรับรองรับหรือตรวจสอบ เชื่อว่าหากทุกหน่วยงานที่ร่วมหารือยอมรับและกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับรองรับการยกเลิกกักตัวได้จะช่วยพลิกสถานการณ์ของภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยให้กลับมาได้เร็วขึ้น จากกำหนดการเดิมที่คาดว่าจะเริ่มในเดือนตุลาคมนี้ หรือช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

ส่งสัญญาณลดวันกักตัวชัดเจน

ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้กำหนดนโยบายค่อนข้างผ่อนปรนในเรื่องลดวันกักตัวสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมาเป็นระยะ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวฯได้ผลักดันมาตรการ area quarantine ซึ่งเป็นรูปแบบกักตัวในสถานโรงแรมในช่วง 3 วันแรก หากผลการตรวจโควิดมีผลเป็นลบจะอนุญาตให้เที่ยวภายในพื้นที่โรงแรม หรือรีสอร์ตนั้น ๆ ได้ในช่วงเวลาที่เหลือของการกักตัว 14 วัน หากครบ 14 วันแล้วตรวจไม่พบเชื้อก็สามารถออกเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ได้

มาตรการดังกล่าวจะยังคงใช้ในพื้นที่ 5 จังหวัดเมืองท่องเที่ยวหลัก ภูเก็ต, กระบี่, เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี, พัทยา ชลบุรี และเชียงใหม่ ที่รัฐบาลได้ทำการทยอยฉีดวัคซีนในเฟสแรก คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะสามารถสรุปได้ภายในเดือนมีนาคม และเริ่มใช้จริงในเดือนเมษายนนี้

“ก่อนหน้านี้ รัฐบาลออกมาตรการมาสำหรับบางกลุ่ม ซึ่งครอบคลุมระดับหนึ่งแล้ว เพียงแต่ทุกมาตรการยังต้องกักตัว 14 วัน ทำให้ชาวต่างชาติที่เข้ามายังมีจำนวนค่อนข้างต่ำ หากมาตรการ area quarantine สามารถดำเนินการได้ และลดวันกักตัวในห้องเหลือ 3 วัน เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มองว่ารัฐบาลส่งสัญญาณที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และคาดว่าจะมีการพิจารณาลดวันกักตัวลงอย่างต่อเนื่อง และยกเลิกมาตรการกักตัวในช่วงตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป” นายพิพัฒน์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2564 ได้มีมติเห็นชอบลดวันกักตัวสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เนื่องจากมองว่าขณะนี้ทั่วโลกได้รับการฉีดวัคซีนแล้วกว่า 250 ล้านคน โดยต่างชาติและคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 14 วัน ไม่เกิน 3 เดือนก่อนเดินทาง และมีเอกสารรับรองว่าปลอดโควิดใน 72 ชั่วโมง มีเอกสารลดวันกักตัวเหลือ 7 วัน และต่างชาติที่ไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน มีเพียงเอกสารรับรองว่าปลอดเชื้อ 72 ชั่วโมง ลดวันกักตัวเหลือ 10 วัน

ท่องเที่ยวหวังรายได้ 5 แสนล้าน

นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) หรือสมาคมทัวร์อินบาวนด์ กล่าวว่า สมาคมจะส่งหนังสือถึง สำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวงการท่องเที่ยวฯ, สาธารณสุข, ททท. และ ศบค. เพื่อให้พิจารณาการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัวภายในสัปดาห์นี้ พร้อมทั้งให้ข้อมูลถึงความจำเป็นที่ประเทศจำเป็นต้องเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแบบไม่กักตัว โดยเสนอให้รัฐบาลทยอยเลิกใช้มาตรการกักตัวสำหรับตลาดที่มีความเสี่ยงต่ำก่อนในเดือนมิถุนายน เป็นการทดลองเปิด และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามความเหมาะสมในเดือนถัด ๆ ไปและเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคม ทั้งนี้ ภาคเอกชนอยากขอให้รัฐบาลประกาศไทม์ไลน์ที่ชัดเจน เพื่อให้ภาคเอกชนเตรียมความพร้อมด้านซัพพลายได้อย่างเหมาะสม

“คาดการณ์ว่าหากรัฐบาลเริ่มทยอยยกเลิกมาตรการกักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้ จะทำให้ปีนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาประมาณ 8 ล้านคน คิดเป็นรายได้รวมประมาณ 5 แสนล้านบาท เรามองว่ายิ่งประกาศเร็ว ประเทศไทยจะยิ่งได้เปรียบ และกระตุ้นให้ต่างชาติกลับมาได้เร็วขึ้น หากรัฐบาลประกาศเลิกกักตัวเดือนกรกฎาคม คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านคน และหากประกาศใช้เดือนตุลาคม คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ไม่น่าจะถึง 3 ล้านคน” นายวิชิตกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับ: สัญญาณบวกเลิกกักตัวโควิด รัฐถกใหญ่ 16 มี.ค.บูมท่องเที่ยว

Credit ข่าวและภาพจาก ฟีดข่าวประชาชาติ : https://www.prachachat.net

Recommend more :

ซี.พี.แลนด์ทุ่ม 2 พันล้าน ลงทุนโรงแรมใหม่จับ “ไทยเที่ยวไทย”
การบินไทย เผยโฉม Royal Orchid Lounge แนวคิดใหม่สนามบินสุวรรณภูมิ
จอง “เราเที่ยวด้วยกัน” ยอดพุ่ง 4 เท่า ผู้ใช้สิทธิพบปัญหาเทคนิก
“ไทยเวียตเจ็ท” รุกเพิ่มเส้นทางบินหนุนการเดินทางภายในประเทศ
คนท่องเที่ยวทำใจ ! อุตฯท่องเที่ยวไทยซบยาวยันปี’66
ครม.สัญจรภูเก็ต ไฟเขียว อนุรักษ์-ฟื้นฟูชายฝั่งอันดามัน 12 โครงการ 2,298 ล้าน
หมู่บ้านรักไทย ปิด 21 วัน สกัดโควิด คืนเงินจองโรงแรม-ร้านอาหาร
“รี้ดเทรดเด็กซ์” รุกปรับกลยุทธ์ รับเทรนด์ใหม่ “งานแสดงสินค้า” หลังโควิด
ทายาท “เดอะ รีเจ้นท์ กรุ๊ป” ทุ่มปั้น “วาลา หัวหิน-นู แชปเตอร์ โฮเทล”
“เคป&แคนทารี” เสริมพอร์ต ทุ่ม 500 ล้านเปิดโรงแรมบ้านฉาง
“บุ๊กกิ้งดอทคอม” ชี้ธุรกิจร่วง ไร้สัญญาณบวก หวังปี’64 ฟื้น
อ่วม! การบินไทยขาดทุนไตรมาส 3/63 กว่า 21,500 ล้านบาท

Leave a Reply